เห็นหน้าติ๋มๆแบบนี้ ผมมีความเถื่อนดิบอยู่ในตัวนะครับ สมัยก่อนตอนม.ต้น ม.ปลาย เพื่อนๆแค่ริอยากเจาะหู ส่วนผมอยากสักไปแล้ว ไปถามราคาที่สยาม สักรอบแขนเท่าไร สามพันแปด อืมๆๆๆ โอเคครับพี่ ไว้เดี๋ยวผมมาใหม่ กลับไปบอกแม่ว่าอยากสัก (เป็นลูกที่ดีจริงๆ รู้ว่าไม่ได้ยังอุตส่าห์ไปขอก่อนทำ) แน่นอนแม่ไม่ให้ จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ทั้งเจาะหู ทั้งสัก พ่อไม่ให้ แม่ไม่ยอม แฟนไม่เห็นด้วย พ่อแม่แฟนรังเกียจ เฮ้อ

 

อย่างไรก็ตาม ความอยากสัก อยากเจาะหูก็ยังคงถูกเก็บกดไว้อยู่ภายในใจ ไม่ได้หายสาบสูญไปไหน เพียงแค่รอวันปลดปล่อยมันเท่านั้น ก่อนหน้านี้ก็มีไปเพนท์บ้าง ไปทำเฮนน่าสนองตัณหาตัวเองเรื่อยไป แต่แล้ววันนั้นก็มาถึง วันที่ผมสามารถทำรอยสักได้เองทุกเมื่อที่ต้องการ เพียงแต่เลือกลวดลายไม่ได้ ใครจะไปคิดว่าศาสตร์แพทย์จีนจะให้โอกาสนี้กับผม

 

 

โปรดสังเกตที่หัวไหล่ เห็นอะไรเป็นจ้ำๆกลมๆสีม่วงๆไหมครับ อย่าเข้าใจผิดครับ นั่นไม่ใช่รอยสตอเบอรี่ที่เกิดในโรงเรียนหญิงล้วนแต่อย่างใด (และก็ไม่ใช่จากคู่เกย์เช่นกันครับ) นั่นแหละครับคือรอยสักที่เกิดจากหมอจีน กิ๊บเก๋เท่เป็นบ้า ยังกะมีดวงตาของซอรอนอยู่ที่ไหล่ แต่แค่นั่นมันยังไม่พอ บอกแล้วว่าเก็บกด เพราะฉะนั้น...

 

  

เพื่อนๆจะเห็นว่านอกจากไหล่แล้ว ยังมีที่ต้นคอ ที่แถวกลางหลังอีก จริงๆแล้วยังมีมากกว่านี้อีกมา ก็คือเป็นดวงจ้ำๆม่วงๆแบบนี้ทั้งแผ่นหลังนั่นแหละครับ มองไกลๆราวกับน้องหมาดัมเมเชี่ยนเลยเชียว แต่รูปนั้นทางกบว.ไม่ให้ผ่าน กลัวคนไข้จะกลัวแพทย์แผนจีน ไม่กล้ามาหาหมออีก หาว่าหมอจีนโหดร้ายป่าเถื่อนว่าไปนั่น 

 

รอยนี้คือรอยอะไร?

มันเป็นรอยที่เกิดมาจากการครอบแก้วครับ ภาษาจีนเรียกว่า 火罐 (หั่วกว้าน แปลว่า กระป๋องไฟ) ภาษาอังกฤษเรียก Cupping เป็นวิธีการรักษาอย่างนึงที่มีมาตั้งแต่โบราณ มีบันทึกไว้ว่าการครอบแก้วมีตั้งแต่ยุคราชวงศ์จิ๋น ประมาณสองพันกว่าปีก่อนแล้ว สมัยก่อนไม่มีแก้ว พวกเขาจะใช้เขาของสัตว์ต่างๆที่ไม่มีรูรั่วมาครอบแทน

 

 

วิธีครอบแก้วคือ จุดไฟแล้วเอาไฟเข้าไปไล่อากาศในแก้ว หลังจากนั้นก็ใช้ความเร็วปานแสง รีบเอาแก้วมาวางไว้ในจุดเส้นลมปราณ ให้แก้วดูดติดกับเนื้อส่วนนั้นๆ เนื้อก็จะถูกดูดเข้าไป แล้วแก้วก็จะค้างเติ่งอยู่อย่างนั้น ทิ้งไว้ 5-10 นาที ก่อนดึงแก้วออก

 

ไฟทำขึ้นมาอย่างไร  เอาลวดมามัดสำลีหนึ่งก้อน มัดให้แน่นๆนะ แล้วก็เอาสำลีไปจุ่มแอลกอฮอล์ล 95% จากนั้นก็สะบัดเล็กน้อย แอลกอฮอล์ลเยอะเกินไป เวลาครอบแก้วที่ต้องสะบัดลวดติดไฟเร็วๆ ไฟอาจจะหลุดติดไปตามหยดแอลกอฮอล์ล เกิดอุบัติเหตุโดยไม่จำเป็น ผมเองยังเคยโดนลวกมาแล้วครับ

 

วิธีดึงแก้วออกคือ เอานิ้วกดผิวหนังบริเวณข้างๆขอบแก้ว เพื่อให้มีช่องพอที่อากาศจะเข้าไปทำลายสภาพสูญญากาศในแก้ว แล้วแก้วก็จะหลุดออกเอง การกระชากแก้วไม่ทำให้แก้วหลุด แต่ถ้าแก้วหลุด ผิวหนังชั้นในชั้นนอกอาจจะหลุดตามออกมาได้ ล้อเล่นนะ

 

โอเค ถึงตรงนี้คงเข้าใจวิธีทำคร่าวๆแล้ว แต่ที่มาอธิบายนี้ไม่ใช่สนับสนุนให้ไปทำกันเองนะครับ เพราะมันมีอันตรายอยู่ แค่ให้เข้าใจว่ามันคืออะไร ว่าแต่อยู่ว่างๆจะซาดิสม์ มาโซคิสต์ ทำร้ายผิวหนังตัวเองทำไมกัน อันนี้มันมีสาเหตุครับ การครอบแก้วนั้นทางแพทย์จีนเชื่อว่าเป็นการดูดพิษต่างๆออกมาทางผิวหนังผ่านเส้นเลือดฝอยที่แตกตัว แพทย์จีนบอกว่าเหตุของโรคนั้นเกิดจากสองหลักใหญ่ๆ หนึ่งคือพิษที่เข้าสู่ร่างกาย (เชื้อโรคต่างๆ) สองคือภูมิต้านทาน ก็คล้ายกับแผนปัจจุบันนี่นา แต่แพทย์จีนมองง่ายกว่านั้นครับ เราก็คิดว่าพิษเข้ามาแล้ว พิษมันเป็นของมีสสาร มีตัวตน พอมันเข้ามาในร่างกายก็ไปอุดตันเส้นเลือด เส้นลมปราณ เลือดลมเดินไม่ดี ก็กลายเป็นโรคขึ้นมา การครอบแก้วก็มาดูดพิษตรงนี้ออกไป ทำใ