วันดีคืนดี ไม่ได้คิดอะไร คนไข้เก่าก็โผล่เข้ามาทัก พร้อมบอกว่านำประสบการณ์ที่ได้รักษากับผมไปเขียนเป็นกระทู้แชร์ให้คนอื่นได้ฟังกันบ้าง ซึ่งจริงๆแล้วคนไข้ที่มาปรึกษากับผมก็มีไม่น้อยหรอกครับ แต่คนที่จริงจัง และปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัดนี่น้อยมาก ส่วนใหญ่มาถามๆแล้วก็หายไปซะเยอะ
 
ไหนๆเขาก็เขียนเล่าประสบการณ์ไปแล้ว ก็เลยหยิบมาแชร์ในบล็อกผมบ้าง ยาวมากๆๆๆๆนะครับ อ่านเป็นนิยายหรรษาละกัน ฮ่าๆๆๆ
 
.
.
.
.
 
 

หลังจากเก็บเรื่องไว้กับตัวมานาน วันนี้ฤกษ์งามยามดี เจ้านายไม่อยู่ (อิอิ) จะขอเล่าเรื่องตอนที่เรากินยาจีนเพื่อรักษาช็อกโกแลตซีสต์ และเพื่อให้ท้องค่ะ  ^^

เรื่องมันเริ่มมาจาก เราเริ่มมีประจำเดือนครั้งแรกตอนเรียนม.1 พร้อม ๆ กับที่ปวดท้องไปด้วย ตอนนั้นแม่บอกว่าไม่เป็นอะไรหรอกเป็นเรื่องธรรมดา  เพราะตอนแม่สาว ๆ ก็ปวดเหมือนกัน 

หลังจากอยู่กับอาการปวดท้องประจำเดือนมานานหลายปี วันหนึ่งตอนที่เรียนปริญญาตรีปี 3 เช้าวันนั้นเราก็ไปเรียนตามปกติ แต่เนื่องจากตื่นสายเลยทำให้ต้องดื่มนมเป็นอาหารเช้าแทน (นมช็อคโกแลตแช่เย็นด้วย ^^)  ด้วยความที่ไม่รู้จักสังเกตร่างกายตัวเอง ทำให้ไม่รู้ว่าวันนั้นประจำเดือนจะมา ประกอบกับอากาศในห้องเรียนเปิดแอร์เย็นมาก โอย จะให้มาเรียนหรือจะแช่แข็งนักศึกษาเนี่ย... 

เวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง เราเริ่มรู้สึกว่าไม่ไหวล่ะ ขอออกไปข้างนอกดีกว่า ท้องก็ปวดมากเลยตอนนั้น เลยขออนุญาตไปเข้าห้องน้ำ แต่ก็เริ่มรู้แล้วล่ะว่าเมนส์มาแน่ๆ เลยขออุปกรณ์เสริมจากเพื่อนไปด้วย

หลังจากเข้าห้องน้ำออกมา ก็เจอเพื่อนอีกคนนึงที่มาสายเลยไม่ได้เข้าเรียน นั่งคุยกันอยู่สักพัก ก็ตัดสินใจจะไปโทรบอกให้พี่ชายมารับ โดยสั่งเพื่อนที่นั่งอยู่ด้วยกันว่าให้บอกกับเพื่อนในกลุ่มให้ด้วยว่าจะไปโทรศัพท์ที่ตึกกลาง (ใกล้ๆ กับตึกที่เรียนอยู่ จะมีตึกกลางซึ่งเป็นหอสมุดด้วย ขณะนั้นเป็นนักศึกษา ไม่มีโทรศัพท์มือถือค่ะ) 

หลังจากโทรศัพท์นัดแนะกับพี่ชายเสร็จ หมุนตัวจะกลับห้องเรียน ทันใดนั้น โลกก็มืดสนิท รู้สึกตัวอีกที ลงไปนั่งอยู่กับพื้นแล้ว ด้วยความตื่นเต้นของคนที่เดินผ่านไปผ่านมา ไม่มีใครหยุดดูเราเลย T^T 

 

และแล้วก็มีเสียงเรียก “หนูเป็นอะไรหรือเปล่าคะ” โอ้ว มีคนมาเมตตาเราแล้ว อาจารย์คนหนึ่งซึ่งไม่เคยเรียนกับท่านเลย แวะถามเราด้วยความเป็นห่วง สภาพตอนนั้นไม่อยากจะบรรยาย ใส่ชุดนักศึกษาตามสมัยนิยม เสื้อพอดีตัว กระโปรงยาวถึงตาตุ่ม แต่ทะลึ่งผ่าข้างขึ้นมาถึงหัวเข่า รองเท้าส้นตึก ลงไปกองอยู่กะพื้นโดยขาพับไปข้างหลังทั้งสองข้าง ลักษณะเหมือนนั่งท่าเทพธิดาเวลาไหว้พระแต่หัวเข่าไม่ได้ชิดกัน แล้วเขาจะเห็นไปถึงไหนเนี่ย อายมาก

อาจารย์ให้นักศึกษาหญิงที่เดินอยู่แถวนั้นพอดี ช่วยพยุงเราขึ้นมาพากันไปนั่งที่ม้านั่งใกล้ๆ นั้น พอเราบอกว่าปวดประจำเดือน แล้วก็เลยหน้ามืด อาจารย์ก็เลยบอกว่า ไม่ได้ทานข้าวเช้าหรือเปล่า ยังไม่ทันขาดคำ ไอ้ข้าวเช้าของเราก็ออกมากองกะพื้นซะอย่างนั้น กระโดดหนีกันแทบไม่ทันเลย (แค่นี้ยังอายไม่พอใช่มั้ยเนี่ย T^T)

อาจารย์เลยต้องเรียกแม่บ้านให้มาเช็ดพื้นแล้วก็ฝากดูแลเราด้วย เนื่องจากแกมีสอนหลังจากนี้ต้องรีบไป แม่บ้านเลยพาเราไปนอนพัก อ้อ อย่าคิดนะว่าไปห้องพยาบาล แม่บ้านพาเราไปนอนพักที่ห้องพักของแม่บ้านที่อยู่ใต้บันไดขึ้นหอสมุด เอากล่องกระดาษมาปูให้เรานอนไปพลาง ๆ ระหว่างรอพี่ชายมารับ โฮะ โฮะ โฮะ ไฮโซมาก

ระหว่างที่เรากำลังได้รับการดูแลเอาใจใส่จากคณะแม่บ้านนั้นเอง บรรดาเพื่อน ๆ ในกลุ่มก็ออกตามหาเรากันอย่างเคร่งเครียด เพราะข้าวของทุกอย่างยังอยู่ในห้อง พอหมดเวลาแล้วเรายังไม่กลับจากห้องน้ำก็เริ่มแปลกใจ เพื่อนเราบอกว่าออกมาเจอเพื่อนที่เราสั่งความไว้ ก็เลยหอบข้าวของมาตามหาเราที่ตึกกลาง แต่ก็ไม่เจอก็เลยเดินไปหาเราที่ห้องพยาบาล ซึ่งไกลมากๆๆๆๆ  แดดก็ร้อน ก็ยังไม่เจอ

ก็เลยเดินย้อนกลับมาที่ตึกกลาง เจอกับพี่ชายเราที่มารอรับพอดี ทีนี้ก็เรื่องใหญ่เลยไม่มีใครรู้เลยว่าเราหายไปไหน กำลังคิดว่าจะไปให้เขาประกาศหา เราก็ค่อยยังชั่ว ขอบคุณแม่บ้านแล้วก็โซซัดโซเซออกมาจากห้องใต้บันไดมานั่งรอข้างนอกพอดี หลังจากเล่าให้ฟังพี่ชายก็เลยตัดสินใจพาเราไปโรงพยาบาล เพื่อจะตรวจดูให้ละเอียดว่าเราเป็นอะไรกันแน