ช่วงนี้ได้มีโอกาสสัมผัสกับคนไข้สาวๆหลายท่าน พอเวลาซักถามอาการ เกือบทั้งหมดจะมีอาการเหมือนกันอย่างนึงคือ ตอนเมนส์มาแล้วท้องจะเสีย (คิดว่าคนที่อ่านอยู่ก็คงพยักหน้าหงึกๆตาม) โดยคนเหล่านี้มักจะมีอาการปวดท้องเมนส์ร่วมด้วย 
 
เออเนอะ ช่างเป็นอะไรที่เหมือนๆกันโดยที่่ไม่ได้นัดหมายกัน แต่เชื่อว่าคนเหล่านี้ต้องมีวิธีการปฎิบัติตัวในชีวิตใกล้เคียงกันเป็นแน่แท้
 
คนไทยเราอยู่ในเมืองร้อน ทานอาหารก็เผ็ด จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะทานน้ำเย็นๆดับกระหาย คลายเผ็ด ไปทานร้านอาหารร้านไหนเขาก็ต้องหยิบน้ำแข็งมาเป็นกระติกๆเตรียมไว้ให้ หรือตบท้ายด้วยไอติม กินกันจนเป็นธรรมเนียม เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต หารู้ไม่ว่ากำลังทำร้ายกระเพาะอาหารของตัวเองอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน 
 
เนื่องด้วยแพทย์จีนมองว่ากระเพาะเราเนี่ยใช้ไฟในการทำงาน ในการย่อยอาหาร การทานของเย็นๆ เข้าไปเนี่ย มันก็ไปทำให้ไฟมอด อาหารจะไม่ย่อย ซึ่งกระเพาะในแพทย์จีนเนี่ยไม่ได้แค่ย่อยอาหาร แต่ยังรวมถึงดูดซึมอาหารด้วย พอกระเพาะแย่ลง อาหารก็ไม่ย่อย ไม่ดูดซึม เลยท้องเสียง่าย หรือบางคนถึงขั้นกินอะไรก็ออกมาแบบนั้นเลย  เพราะฉะนั้นคนที่เมนส์มาแล้วท้องเสียเนี่ยปกติเขาก็อาจจะท้องเสียง่ายอยู่แล้ว อันนี้ถือเป็นรากฐานในการเกิดโรคอย่างแรก (จริงๆเราทำร้ายกระเพาะกันหลายทางมากครับ รายละเอียดอ่านจาก ไม่ได้เป็นหวัดแล้วเสมหะมาจากไหน)
 
โดยปกติผู้หญิงจะมีปัญหากับเรื่องของอารมณ์ซะเยอะ ขี้น้อยใจบ้าง โกรธ โมโหบ้าง ทำให้ลมปราณที่ตับมันทำงานไม่ปลอดโปร่ง ตามหลักของธาตุทั้งห้า (โหวงเฮ้ง, 五行) พอลมปราณที่ตับเป็นแบบนี้แล้ว มันจะไประบายอารมณ์ใส่กระเพาะครับ  ยิ่งเวลาเมนส์มาเนี่ย เป็นช่วงเวลาที่ตับจะทำงานเยอะเป็นพิเศษหน่อย เพราะว่าตับเป็นอวัยวะเก็บกักเลือด ตอนเมนส์มาก็ต้องปล่อยเลือด ลมปราณที่ตับก็จะรุนแรงเป็นพิเศษ  กระเพาะเราที่อ่อนแอจากการที่เรากินของเย็นๆอยู่แล้ว จึงไม่มีแรงไปต่อต้าน ปล่อยให้ตับมันตบตีจนขี้แตกนั่นเอง   
 
คนกลุ่มนี้นอกจากช่วงเมนส์มาแล้วท้องเสียแล้ว ปกติเวลาที่เครียดๆเนี่ยก็อาจจะปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำด้วย หลักเดียวกับ   เอนทรี่นี้ 
 
พอรู้ยังงี้วิธีการรักษาของเราก็คือ ต้องเพิ่มความเข้มแข็งให้กับกระเพาะ ถ้ากระเพาะแข็งแรงแล้วนังตับมันก็มาตบเราฟรีๆไม่ได้ มีแรงสู้คืน เริ่มจากงดของเย็นๆ ไอติมต่างๆครับ โดยเฉพาะก่อนเมนส์มาหนึ่งอาทิตย์ หรืองดตลอดเลยได้ยิ่งดี อันนี้คือลดการทำร้ายกระเ